โลโก้ แคคตัส - https://treehouse-nation.com/

แคคตัส แมมนกฮูก เลี้ยงอย่างไรให้สวย

แมมนกฮูก

สำหรับคนรักกระบองเพชรแล้ว ส่ิงที่เราจะรักและทะนุถนอมมากไปกว่าลูกแท้ ๆ ก็มีแต่เหล่าต้นกระบองเพชรน้อย ๆ ที่คอยเฝ้าดูแลเอาใจยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก เพราะกว่าจะเพาะเลี้ยงให้รอดจากมวลหมู่แมลง โรคภัยไข้เจ็บ จนเติบโตแข็งแรง มีดอกใบสวย ๆ ให้ได้ชื่นชม ก็ผ่านความทุ่มเทศึกษาเลี้ยงดูมาไม่น้อย โดยเฉพาะแคคตัสยอดนิยมอย่าง แมมนกฮูก หรือ Owl Eye Cactus แคคตัสจิ๋วแต่แจ๋ว ที่คนเลี้ยงต้องเปลี่ยนความเชื่อเดิม ๆ เรื่องการทนแดดทนฝนของกระบองเพชรในทะเลทรายไปเสียใหม่ เพราะเจ้าแคคตัสแมมนกฮูก Owl Eye Cactus เหล่านี้ ก็ต้องการการดูแลพิเศษและมีความชอบ รวมถึงข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์เช่นกัน วันนี้เราจะพาไปชมวิธีการเลี้ยงแมมนกฮูกกันค่ะ

จุดเริ่มต้นของ Owl Eye Cactus หรือ แมมนกฮูก

เจ้าแมมนกฮูกน้อยของเรานี้ เดินทางมาไกลจากประเทศเม็กซิโก และเป็นพืชตระกูล Mammillaria ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ที่หมายถึงหนามขนาดเล็กที่โครงสร้างคล้ายนม ซึ่งประเทศไทยนิยมนำมาเพาะพันธุ์ให้กับแฟนแคคตัสได้นำกลับไปเลี้ยงดูที่บ้าน โดยแคคตัสแมมนกฮูก หรือแมมนกฮูกนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ลักษณะกลมมนของทรงต้น ล้มรอบโดยโครงสร้างหนามที่ปกคลุม ทั้งยังมีความพิเศษตรงที่ แมมนกฮูก จะแตกหน่อแยกเป็น 2 หน่อ มีลักษณะคล้ายตานกฮูก โดยดอกของแมมนกฮูกยังมีสีสวยน่ารักให้เลือกชมด้วย ไม่ว่าจะเป็นสีขาวล้วน ขาวอมชมพู และชมพูบานเย็น ซึ่ง แมมนกฮูก หรือ Owl Eye Cactus แต่ละสี ล้วนมีชื่อเรียกทางพฤกษศาสตร์ที่แตกต่างกันไปเช่นกัน 

Owl Eye Cactus หรือแมมนกฮูกเลี้ยงในแสงแดดแบบไหนดี

แมมนกฮูกเป็นแคคตัสที่ชอบแดดจัด เหมาะกับแดดร้อน ๆ ของบ้านเราค่ะ เรียกว่าสามารถตั้งไว้กลางบ้านประมาณ 6-8 ชั่วโมง ได้โดยที่ไม่ต้องทำหลังคาบัง เพราะน้องแมมนกฮูกนี้ เค้ามีหนามที่เรียงตัวค่อนข้างถี่ มาช่วยเป็นหลังคาบังแดดให้ในตัวอยู่แล้วนั่นเอง รวมถึงไม่ต้องรดน้ำบ่อย หรือรดจนชุ่ม เพราะแมมนกฮูกชอบการรดน้ำแบบพอดี ๆ ซึ่งวิธีการสังเกตุว่าเมื่อไหร่ควรรดน้ำแมมนกฮูก ก็ลองดูจากดินรอบกระถางว่าแห้งสนิทดีแล้วหรือไม่ อาจจะยกกระถางขึ้นมาเช็คดูก่อนรดน้ำก็จะดีค่ะ เพราะแคคตัสแมมนกฮูกมาจากพืชที่อยู่ในทะเลทราย ซึ่งมีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งและไม่ชินกับความชื้นนั่นเอง

ดินแบบไหนเหมาะกับ Owl Eye Cactus กันแน่ 

การเติบโตและอยู่รอดของต้นไม้แต่ละชนิดนั้นต่างกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะลักษณะของดินที่มีส่วนช่วยในการเติบโตของต้นไม้ เช่นเดียวกับแมมนกฮูกที่ไม่ชอบดินที่มีโครงสร้างหนาชุ่มน้ำ แต่ชอบดินที่มีการระบายได้เร็ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถปลูกแมมนกฮูกในทรายริมทะเลได้นะคะ เพราะแคคตัสแมมนกฮูกเองก็ต้องการแร่ธาตุที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตเช่นกัน ดังนั้น ใครที่คิดจะปลูกแคคตัสแมมนกฮูก ก็ควรจะต้องรู้วิธีดูแลแมมนกฮูกเช่นกัน ในกรณีนี้ควรซื้อดินเฉพาะสำหรับปลูกแคคตัส ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้หรือทางออนไลน์ได้เลยค่ะ 

นอกจากการเอาใจใส่ดูแล Owl Eye Cactus หรือแมมนกฮูก ด้วยการกำหนดเวลารดน้ำ รวมถึงปริมาณน้ำ เวลาอาบแดดรวมถึงดินที่จะใช้ในการปลูกเรียบร้อยแล้ว ส่ิงสำคัญที่ควรระวังที่สุดคือ ศัตรูพืช เช่น เพลี้ยะ และโรคต่าง ๆ เช่น โรค Rust Fungus โรคเชื้อราที่ทำให้แมมนกฮูกเกิดจุดด่างสีน้ำต่างที่สามารถลุกลามไปยัง แคคตัสต้นอื่นได้ หรือ โรค Canker ที่เกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ส่งผลให้ผิวแมมนกฮูกมีสีด่างไม่สดใส  ดังนั้นนักปลูกแคคตัสหรือคนที่สนใจเริ่มเลี้ยงแคคตัสแมมนกฮูก ควรจัดโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไม้แคคตัส ให้อยู่ในสถานที่โปร่งโล่ง แสงแดดเข้าถึง หลีกเลี่ยงสถานที่อับชื้น เย็นต่าง ๆ เช่น ห้องครัว ในบ้านที่มีผนังปิด เพราะสถานที่เรานั่้นเสี่ยงต่อการเกิดโรคในแมมนกฮูกแล้ว ยังหยุดพัฒนาการการเติบโตของแคคตัสแมมนกฮูกให้โตผิดรูปไม่สวยงามอีกต่างหาก

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://treehouse-nation.com/พันธุ์แคคตัสน่ารู้/

เครดิตภาพ

https://wichuladagarden.wordpress.com/

https://.kapook.com/

https://www.1000maidee.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
Telegram

Leave a Reply

Your email address will not be published.

โลโก้ แคคตัส - https://treehouse-nation.com/

Social Media

Most Popular

Tags